ประกันรถยนนต์ชั้น 1 เหมาะกับใครบ้าง?

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่สงสัย ว่าคนอย่างเราเหมาะกับการทำประกันรถยนต์ประเภท อยากเลือกประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์กับการขับขี่ากที่สุด ความคุ้มครองที่เราต้องการ เบี้ยประกันที่เราต้องจ่าย แต่ทุกวันนี้ประกันรถก็มีให้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายประเภท เพราะฉะนั้นวันนี้ Roojai มีบทความอย่าง ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง และเหมาะกับใครบ้างมาฝาก รายละเอียดจะเป็นเช่นไร เราไปดูพร้อมกันเลย  

ใครควรทำประกันรถยนต์ชั้น 1  

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับมือใหม่หัดขับ 

หากคุณเป็นมือใหม่หัดขับ เพิ่งได้ใบขับขี่มาสดๆร้อนๆเลย ซึ่งมือใหม่หัดขับประสบการณ์การขับขี่อาจไม่เชี่ยวชาญมากเมื่อเทียบกับผู้ที่ขับรถอย่างเชี่ยวชาญแล้ว ซึ่งประกันที่เหมาะกับมือใหม่หัดขับ ก็ต้องเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 มากที่สุด เพราะทางประกันจะคุ้มครองทั้งผู้เอาประกันและคู่กรณี และยังคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่รกรณีด้วย เช่น รถชนกำแพง ชนฟุตบาท ยางแตก ยางระเบิด เป็นต้น  

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับผู้ที่ออกรถใหม่ป้ายแดง  

หากคุณเพิ่งถอยรถใหม่ป้ายแดงมาหมาดๆ ก็ต้องห่วงรถของเราเป็นธรรมดา ไม่อยากให้เกิดความเสียหหายใดๆกับรถของเรา แม้แต่รอยขีดข่วนก็ตาม ซึ่งประกันรถยนต์ที่เหมาะกับรถใหม่ป้ายแดงคงเป็นประกันประเภทไหนไปไม่ได้นอกจากประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถในกรณที่เกิดอุบัิตเหุตแบบไม่มีคู่กรณี หรือแบบมีคู่กรณีประกันก็คุ้มครอง รวมถึงในกรณีที่รถโดนโจรกรรม ไฟไหม้อีกด้วย 

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง
  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับผู้หญิงขับรถ 

สำหรับผู้หญิงที่ขับรถ โดยเฉพาะสาวๆ มือใหม่ หรือสาวๆ ที่ยังขับรถไม่ค่อยเชี่ยวชาญ ก็เหมาะกับประกันรถยนต์ชั้น 1 เพราะคุณอาจเผลอขับรถไปเฉี่ยวชน หรือโอกาสการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นกว่าคนทั่วไป ซึ่งประกันรถยนต์ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อร่างกายและทรัพย์สินทั้งของผู้เอาประกัน และคู่กรณีของผู้เอาประกัน  

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วไป 

แท้จริงแล้วไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณจะขับรถเชี่ยวชาญหรือไม่ หรือว่ารถของคุณจะใหม่ป้ายแดงสักแค่ไหน ก็สามารถทำประกันรถชั้น 1 ได้เช่นกัน ซึ่งอย่างที่เราทราบกันดีว่าประกันรถยนต์ประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองทั้งผู้เอาประกัน และคู่กรณี หากได้รับความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สิน รวมถึงค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา ประกันรถยนต์ประเภทนี้ก็คุ้มครองด้วยเช่นกัน  

เรียกได้ว่าประกันชั้น 1 เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองแบบครบวงจร ใครที่ต้องการซื้อประกันที่เน้นเรื่องความคุ้มครอง แนะนำให้กับประกันรถยนต์ชั้น 1 เลย แต่อย่างที่บอกไปด้วยความคุ้มครองของประเภทนี้ค่อนข้างเต็มรูปแบบ ทำให้เบี้ยประกันที่คุณต้องเสียทุกปีค่อนข้างแพง แต่ถ้าคุณต้องการซื้อประกันรถชั้น 1 กับทาง Roojai รับรองคุณได้ประกันชั้น 1 ราคาถูกแน่นอน  

Topper แก้ปวดหลัง ควรเลือกวัสดุแบบไหน

ท็อปเปอร์ (Topper) เบาะรองนอนเพื่อการนอนหลับพักผ่อนที่สบาย มีวิธีการใช้งานคือปูทับลงไปบนที่นอนเดิมอีกชั้นหนึ่ง ว่ากันว่า Topper แก้ปวดหลังในระหว่างการนอนหลับได้ หลายคนมีปัญหาเรื่องการปวดหลัง โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้ร่างกายหนัก เช่น นักกีฬา วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ ท็อปเปอร์บางชนิดสามารถช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลัง และกระดูกคอได้ ในวันนี้เราจะมาแนะนำการเลือกท็อปเปอร์แบบไหน ที่สามารถช่วยลดอาการปวดหลังได้

ท็อปเปอร์

ท็อปเปอร์ ยางพารา

อีกหนึ่งท็อปเปอร์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือ ท็อปเปอร์ ยางพารา ด้วยคุณสมบติที่โดดเด่นคือ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่สะสมความร้อน ช่วยให้ห้องเย็นสบาย ป้องกันไรฝุ่นได้ และยังสามารถรองรับน้ำหนักตัวได้ดี เนื้อที่นอนไม่นุ่ม หรือไม่แข็งมากจนเกินไป ช่วยให้สรีระในการนอนถูกต้องตามลักษณะ นอกจากจะช่วยดูดซับแรงกระแทก ลดการสั่นสะเทือนบนพื้นผิวได้แล้วยังช่วยลดอาการปวดหลังได้อีกด้วย

ท็อปเปอร์ใยสังเคราะห์ นาโนไฟเบอร์

ท็อปเปอร์ใยสังเคราะห์ นาโนไฟเบอร์ ที่มีความละเอียดสูง ใช้ผ้าหุ้มด้วยไมโครไปเบอร์ (Microfiber) และผ่านเทคโนโลยีเคลือบสารแบบ Silicon ช่วยให้มีสัมผัสที่เนียนนุ่มเหมือนขนเป็ดขนห่านเทียม และสามารถรองรับสรีระร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเลือกท็อปเปอร์ที่มีส่วนโค้ง ส่วนเว้าที่เหมาะสม จะสามารถช่วยลดอาการปวดเมื่อยของกระดูกและกล้ามเนื้อได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลังที่สามารถลดแรงกัดทับได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังช่วยให้เลือกไหลเวียนได้ดีขึ้นอีกด้วย

นอกจากทั้งท็อปเปอร์ทั้ง 2 ชนิดที่เราเอามาแนะนำยังมี ท็อปเปอร์แบบเมมโมรีโฟม ซึ่งผลิตจากยางสังเคราะห์ แต่ขอเสียของเมมโมรี่โฟมคือ ไม่มีความยืดหยุ่น หากนอนเป็นเวลานานอาจทำให้ที่นอนยุบตัว กลายเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่จะคืนตัวกลับมาเรียบตึงเหมือนเดิม แต่ก็สามารถช่วยลดอาการปวดหลังได้ ข้อแนะนำคือ ควรเลือกความหนาที่เหมาะสมคือ 3-4 นิ้วขึ้นไป

ท็อปเปอร์ (Topper) แก้ปวดหลังเหมาะกับใคร

นอกจาก ท็อปเปอร์ แก้ปวดหลังจะเหมาะกับผู้ที่ใช้ร่างกายหนัก เช่น นักกีฬา วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุแล้ว ยังเหมาะกับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ชอบนอนท่าเดิมเป็นเวลานานทำให้เกิดกระกัดทับของกล้ามเนื้อและกระดูก หรือผู้ที่ชอบพลิกตัวไปมาบ่อยเกินไปก็มีโอกาสปวดหลังได้เช่นเดียวกัน ตลอดจนผู้ที่นอนผิดท่า จนทำให้สรีระร่างกายเกิดความไม่สมดุล ส่งผลให้กระดูกเกิดการเสื่อมสภาพได้เร็วมากยิ่งขึ้น

 Topper แก้ปวดหลัง ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นที่นอนเพื่อคนรักสุขภาพสามารถตอบโจทย์ปัญหาการปวดหลังได้ทุกเพศทุกวัย

เลือกของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ ควรเลือกอย่างไร ?

                พัฒนาการของเจ้าตัวเล็กของเรา สำหรับคุณพ่อคุณแม่ มือใหม่นั้นอาจจะยังไม่รู้ว่าอาจจะต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในท้องเลยก็ว่าได้ ซึ่งพัฒนาการนั้นจะพัฒนาได้ดีในช่วงเล็ก ๆ ดังนั้นถ้าเราอยากจะให้เจ้าตัวน้อยของเรานั้นมีพัฒนาการ และ ศักยภาพที่ดีการเลือก ของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ นั้นอาจจะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กของโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการเลือก “ของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ” เราควรจะเลือกจากอะไร ? ลองมาดูกันครับ

พัฒนาศักยภาพต่าง ๆ

            ก่อนอื่นเลยของเล่นที่ดี ของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ นั้นจะต้องพัฒนาศักยภาพต่าง ๆ ของเด็กเล็กได้เช่น การแยกแยะ การนับเลข หรือ การแก้ปัญหา ซึ่งพัฒนาการต่าง ๆ นี้จะถูกพัฒนามาตั้งแต่เด็ก ๆ ดังนั้นของเล่นที่มีคุณภาพที่ดีนั้นจะต้องช่วยเสริมสร้าง และ พัฒนาการต่าง ๆ ของเด็กเล็ก โดยได้รับทั้งความสนุก และ ได้รับทั้งการพัฒนาที่ดีต่อตัวเองด้วย

ของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ

ไม่เล็กเกินไป ไม่มีส่วนที่แหลมคม

            ในส่วนต่อมานั้นเป็นเรื่องของความปลอดภัย โดยของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ นั้นจะต้องไม่ทำร้ายเด็ก ๆ โดยจะต้องไม่มีส่วนที่เป็นแหลม หนาม หรือ มีความคม เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อเด็ก ๆ ได้ และนอกจากนั้น สิ่งสำคัญอีกอย่างนั้นคือ จะต้องไม่มีขนาดที่เล็กจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เด็ก ๆ เอาเข้าปากตัวเองได้ด้วยเช่นกัน

ราคาไม่แพงเกินไป

            อีกข้อที่สำคัญนั้นคือ “ราคา” นั้นเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน โดยราคานั้นจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ดีไม่แพงจนเกินไป เพราะแน่นอนว่า ของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ นั้นไม่ใช่ราคาที่แพงเกินไป แต่เป็นของเล่นที่ทำให้เด็กพัฒนาศักยภาพต่าง ๆ ได้เต็มที่นั้นถึงจะเรียกว่า ของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ

            นี้เป็นเพียงการเลือก “ของเล่นเด็กเล็ก มีคุณภาพ” ที่เราจะได้ของเล่นที่ดี และ มีคุณภาพนะครับ โดยราคานั้นไม่ใช่ตัวตัดสินว่า ของเล่นชิ้นนั้นจะดีหรือไม่ หรือมีคุณภาพหรือไม่ ? แต่สิ่งที่จะทำให้ของเล่นนั้นกลายเป็นของเล่นที่มีคุณภาพ  นั้นอยู่ ศักยภาพของ ของเล่นว่าจะพัฒนาพัฒนาการของเด็กได้ขนาดไหน

หาแอร์บ้านราคาถูก ที่คุ้มและดี

แอร์บ้านราคาถูก ถือว่าเป็นอะไรที่ดีมีประสิทธิภาพ ถือว่ามีความลงตัวที่ชัดเจนโดดเด่นได้ อย่างเต็มที่อีกด้วยยิ่ง ถ้าคุณได้ของดีราคาถูกสภาพดี และสามารถตอบโจทย์ในรูปแบบต่างๆเหล่านี้ได้ อย่างยอดเยี่ยม มันก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สร้างโอกาส สร้างสรรค์สิ่งต่างๆที่จะใช้การให้บริการได้ อย่างเต็มความพร้อมที่สุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆได้ อย่างลงตัวที่สุดเลยก็ว่าได้

ดังนั้นจึงทำให้ แอร์บ้านราคาถูก เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และเรียกได้ว่าสิ่งเหล่านี้นั้น จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างมีความลงตัว เป็นอะไรที่ค่อนข้างที่จะมีคุณภาพ ประสิทธิภาพได้อย่างเต็มความพร้อม เต็มความต้องการอะไรก็ได้สิ่งต่างๆเหล่านี้ จึงทำให้การหาแอร์ราคาดีราคาถูกตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม เต็มไปถึงสิ่งใหม่หรือรูปแบบใหม่ ที่ค่อนข้างมีความพร้อมที่จะสร้างสรรค์โอกาสสิ่งต่างๆได้อย่างเต็มที่ เรียกว่าการใช้งานของ คุณจะเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่คุ้มค่า เต็มเปี่ยมไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างมี ความลงตัวที่ดีที่สุดที่เรียกได้ว่าเป็นอะไร ที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่จะมากได้อีกด้วยที่มีประสิทธิภาพ หรือมีคุณภาพได้อย่างเต็มความต้องการ ที่หน้าลงตัวเลยทีเดียว

แอร์บ้านราคาถูก

ดังนั้นจึงทำให้การเลือกซื้อเลือกหา แอร์บ้านราคาถูก ก็ถือได้ว่าเป็นอะไรที่มีความลงตัว และหากันได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและคุณภาพได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นอะไรที่ง่ายสร้างสรรค์ได้ อย่างเต็มความพร้อมเต็มความต้องการได้ อย่างยอดเยี่ยมที่สุดสิ่งเหล่านี้นั้นจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างมีความโดดเด่น ที่น่าสนใจมาจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้าง ที่จะเต็มไปด้วยคุณภาพความพร้อมด้วยตัวเองที่ดีมีประโยชน์ เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ทางเลือกที่น่าสนใจเต็มไปด้วยสิ่งใหม่และรูปแบบใหม่ที่เห็นได้อย่างเต็มที่มีคุณภาพ ให้กับใครหลายคนได้อย่างเต็มความต้องการที่คุ้มค่า และเรียกได้ว่ามีความลงทุนที่ดี ในอายุการใช้งานงานได้ อย่างเต็มความต้องการอีกด้วย 

จึงสรุปได้ว่า จึงสรุปได้ว่าการหาอุปกรณ์การปรับอากาศเหล่านี้นั้น ตอบโจทย์กับแผ่นงานหรือแผนการได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวไทยที่ต้องการหาสิ่งใหม่รูปแบบใหม่ ที่ชัดเจนที่ลงตัวและโดดเด่น จะได้รู้ว่าการเลือกซื้อเลือก หาของดีราคาถูกแบบนี้นั้น เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่คุ้มที่สุดแล้วที่ ถือได้ว่าเป็นอะไรที่พร้อมความลงตัวที่ชัดเจนโดดเด่นได้ อย่างเต็มที่นิติภาพทางเลือกที่เห็นได้ชัดและเรียกว่าการใช้งาน คราวนี้จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกด้วยและค่อนข้างที่จะเป็นอะไรที่ค่อนข้าง โดดเด่นได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว 

ข้อดีของการใช้บริการฆ่าเชื้อ

ปัจจุบันโลกของเรานั้นกำลังก้าวเข้าสู่บุคใหม่ หลังจากที่การมาของโควิด 19 ทำให้การใช้ชีวิตของแต่ละคนนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมที่ไปไหนมาไหนได้แบบปกติ ก็ต้องเริ่มใส่ผ้าปิดปากไปไหนมาไหนตลอดไม่งั้นเข้าไม่ได้  การล้างมือก่อนทานอะไรเองก็เป็นสิ่งที่เป้นเหมือนชีวิตประจำวันของเรา และ บ้านของเราละครับ ? เพียงแค่ปัด กวาด เช็ด ถู เท่านั้นก็พอ ไม่น่าจะใช่นะครับเพราะบางทีเชื้อโรคอาจจะแฝงด้วยก็เป็นไปได้ ดังนั้นวันนี้เรามาลองดูข้อดีของการเลือกใช้บริการฆ่าเชื้อกันดีกว่าครับ

  • ช่วยให้อากาศสะอาดขึ้น
อากาศสะอาดขึ้น

            การฆ่าเชื้อโรคนั้นมีหลากหลายวิธี และ วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้อากาศนั้นสะอาดปราศจากเชื้อโรคนั้นคือ การอบโอโซน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้อากาศนั้นไม่เป็นพิษและ เชื้อโรคก็หายไป ทำให้มั่นใจได้เลยว่าอากาศตรงที่เรายืนอยู่นั้นบริสุทธิ์อย่างแน่นอน

  • ปลอดภัยมากขึ้น

            เมื่ออากาศสะอาดมากขึ้นเราก็จะมีโอกาสได้รับเชื้อโรคน้อยลงก็จะช่วยให้เรามีโอกาสปลอดภัยมากขึ้น เพราะมลพิษ หรือ เชื้อโรคนั้นเล็กมากจนเรามองไม่เห็น บางทีอากาศที่เราหายใจอยู่นั้นจะมีเชื้อโรคอยู่ก็ได้นะครับ

  • ลดกลิ่นต่าง ๆ

            การอบโอโซน และ การใช้ บริการฆ่าเชื้อโรคในอากาศนั้น จะสามารถลดกลิ่นอับชื้น หรือ กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกจากอากาศหรืออกจากห้องของเราได้ด้วย โดยอย่างยิ่งกลิ่นอับในห้องของเรานั้นจะหายไปอย่างแน่นอน

  • สุขภาพดีขึ้น
สุขภาพดีขึ้น

            เมื่ออากาศดีขึ้น กลิ่นอับในห้องของเราลดน้อยลง ปราศจากเชื้อโรคมากขึ้น เท่านี้เราก็จะมีสุขภาพที่ดีมากขึ้น และ ทำให้ทุกการหายใจเข้า-ออกของเราไม่ต้องกลัวเชื้อโรคได้ด้วยนะครับ

                ดังนั้นไม่ใช่แค่ตัวเราที่ต้องสะอาด แต่ว่าที่อยู่อาศัย หรือ บ้านของเรานั้นต้องสะอาดด้วยเช่นกัน เพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพที่ดี และ บ้านจะได้กลายเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเราได้ด้วยเช่นกัน

เลือกหมอนอิงอย่างไร ให้มีความสวยงาม ทนทาน เหมาะกับการใช้งานภายในโรงแรม

หมอน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรองรับศีรษะและคอโดยเฉพาะเมื่อคุณจะต้องหลับบนที่นอน นอกจากการใช้หมอนสำหรับนอนแล้ว ก็ยังมีหมอนประเภทอื่น ๆ เช่น หมอนข้าง หมอนอิง เป็นต้น ซึ่งหมอนข้างนั้นเป็นหมอนที่ใช้สำหรับกั้นพื้นที่ของเตียง บรรเทาความปวดเมื่อย หมอนสำหรับอิง เป็นหมอนที่มีไว้สำหรับหนุนหรืออิง มักจะตั้งในระดับที่สูงกว่าหมอนปกติเล็กน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการนอนหลับทันทีนั่นเอง

โดยส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะเห็นหมอนสำหรับอิงที่มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งแน่นอนว่าตามโรงแรมก็มักเลือกใช้แบบรูปทรงสี่เหลี่ยมเช่นเดียวกัน เพราะมีความคล้ายคลึงกับหมอนที่ใช้นอนนั่นเอง แต่ถ้าหากคุณต้องการซื้อหมอนสำหรับอิงไปใช้ตกแต่งภายในบ้าน ก็สามารถเลือกได้อย่างหลากหลายเลย ไม่ว่าจะเป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม หรือทรงใดก็ได้ที่คุณต้องการนำไปใช้ รับรองว่าเพิ่มความเก๋ไก๋ แปลกตา ให้กับพื้นที่บนที่นอนหรือภายในห้องนอนได้อย่างแน่นอน

สำหรับการจัดห้องพักภายในโรงแรม การเลือกหมอน เครื่องนอนและใช้มือเครื่องใช้ภายในห้องพักของผู้ที่เช็คอินเข้าพักนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียว เพราะจะต้องพิจารณาตั้งแต่วัสดุที่ผลิต ขนาดของหมอน สีสันที่ต้องการ เป็นต้น การเลือกสีสันและสไตล์ให้เข้ากับของตกแต่งภายในห้องพักของโรงแรม เป็นเรื่องที่สำคัญอันดับแรกในการเลือกซื้อเลยก็ว่าได้ เช่น หากตกแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์น ทางโรงแรมก็จะเลือกสีพื้น ๆ เช่น ขาว ดำ น้ำตาล เป็นต้น มาใช้เป็นเกณฑ์เลือกเฟอร์นิเจอร์ หมอนสำหรับอิงอาจเลือกใช้โทนสีขาว ดูเรียบง่าย จัดง่าย สบายตา เป็นต้น 

ในเรื่องวัสดุที่ใช้ในการผลิตตัวหมอน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทางโรงแรมจะต้องให้ความสำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะวัสดุที่ใช้นั้นสามารถส่งผลถึงผู้ใช้งานโดยตรง ซึ่งก็หมายถึง ผู้ที่เข้าพักที่โรงแรมนั่นเอง โดยวัสดุที่มักใช้ในการผลิตหมอน ก็มักจะเป็น ฟองน้ำ ขนสัตว์ ใยสังเคราะห์ เป็นต้น หากเลือกใช้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้หมอนรองรับสรีระได้ไม่ดีพอ ชำรุดก่อนหมดอายุการใช้งาน ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผู้ใช้งาน เป็นต้น 

อย่างที่ได้กล่าวอธิบายไปแล้วข้างต้น ว่าการเลือกวัสดุที่ใช้ในการผลิตหมอนนั้นส่งผลต่อผู้ใช้งานโดยตรง ซึ่งนอกจากนี้แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อโรงแรมในด้านคุณภาพการให้บริการและชื่อเสียงอีกด้วย ดังนั้น ขอแนะนำวัสดุที่จะช่วยให้เกิดอาการแพ้และการระคายเคืองได้น้อยที่สุด ซึ่งก็คือ การเลือกซื้อ เลือกใช้หมอนที่ผลิตมาจากใยสังเคราะห์นั่นเอง เพราะทำให้ไม่ระคายเคือง ไร้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังเหมาะสมสำหรับผู้ที่แพ้หมอนที่ผลิตมาจากขนสัตว์อีกด้วย เมื่อเลือกหมอนได้แล้ว สิ่งที่สำคัญ ก็คือ การเพิ่มความสวยงามที่มีอยู่แล้ว ให้มีมากยิ่งขึ้น ด้วยการหาปลอกหมอนที่มีสไตล์เข้ากับการตกแต่งภายในห้องพักนั่นเอง ซึ่งผู้ที่ต้องการหาซื้อหมอนสำหรับอิงไปใช้ในบ้าน ก็สามารถตกแต่งในรูปแบบนี้ได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการหาปลอกหมอนที่มีสีสันที่ต้องการ สำหรับผู้ที่ต้องการคุมโทน ปลอกหมอนที่มีการปักลายสวยงามต่าง ๆ ปลอกหมอนที่มีสไตล์ความเป็นมินิมอล ปลอกหมอนที่พิมพ์ลวดลายหรือพิมพ์ตัวอักษร คำ หรือวลีลงไป ทำให้ดูดีไปอีกแบบ เป็นต้น
หมอนอิงนั้น นอกจากจะมีประโยชน์ในการใช้อิงหรือพิงหลัง พิงร่างกายให้หายปวดเมื่อยแล้ว เหมาะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ เป็นต้น อีกด้วย ด้วยความสวยงามของสีสันและลวดลายบนหมอน จึงทำให้หมอนประเภทนี้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นของตกแต่งได้อีกด้วยนั่นเอง เช่น วางบนเตียงตามธีมที่ชื่นชอบ วางบนโซฟาเพิ่มความเก๋ เป็นต้น สารพัดประโยชน์แบบนี้ จึงทำให้หมอนประเภทนี้เป็นที่นิยมนั่นเอง

ในสัญญา รับสร้างบ้าน ที่เราจะต้องเช็ค จะต้องมีอะไรบ้าง ?

                การ รับสร้างบ้าน นั้นมีหลากหลายรูปแบบให้เราเลือกใช้บริการกันไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือ บริษัทรับสร้างบ้าน ก็สามารถสร้างบ้านได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจะขอข้ามในส่วนนี้ไปแต่เราจะมาพูดถึง สัญญารับสร้างบ้านกันดีกว่าว่ารายละเอียดในสัญญาก่อสร้างนั้นจะต้องมีอะไรที่เราจะต้องตรวจเช็คบ้าง ?

วันเริ่มจนถึงวันสิ้นสุดสัญญา

            อย่างแรกเลยนั้นคือในเรื่องของจำนวนวัน ควรระบุ วันที่ เดือน พ.ศ.  ตั้งแต่เริ่มงานก่อสร้างไปจนถึง วันที่สิ้นสุดสัญญาอย่างชัดเจน โดยที่ตัวเลขไม่มีรอยลบ หรือ เลือนรางจนอ่านไม่ออก นะครับ

ข้อมูลส่วนบุคลทั้งสองฝ่าย           

            ไม่ว่าฝ่ายผู้ว่าจ้าง (คนที่อยากสร้างบ้าน) หรือ ผู้ถูกจ้าง (บริษัทรัยสร้างบ้าน หรือ ผู้รับเหมา) นั้นจะต้องมีเอกสารที่ระบุถึงตัวตนของตัวเองได้ หรือ จดทะเบียนพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ใส่ไว้ในสัญญาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน ที่อยู่ ปัจจุบัน  หรือ เอกสารที่ยืนยันตัวเองได้

ขอบเขตการทำงาน

            บริษัทรับสร้างบ้าน นั้นมีขอบเขตการทำงานขนาดไหน ต้องการทำอะไรบ้าง ? แบบบ้านเป็นอย่างไร มีทุกอย่างพร้อมหรือไม่ ทุกอย่างควรระบุในสัญญาให้ชัดเจน เพื่อที่กันไม่ให้เกิดความพผิดพลาดให้น้อยที่สุด

การจ่ายเงิน และ ราคา

            โดยจะมีการแจ้งรายละเอียดตั้งแต่เราคาเหมาจ่ายทั้งหมดนั้นเป็นเงินเท่าไหร่ จ่ายล่วงหน้าคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากราคาที่จ่าย แบ่งจ่ายเป็นกี่งวด งวดระกี่บาท  โดยจะต้องครบและถูกต้องก่อนที่จะเซ็นสัญญานะครับ

ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง

            เป็นการปกป้องสิทธิ์ของบริษัท รับสร้างบ้าน หรือ ผู้รับเหมานะครับ เพราะบางทีอาจจะเจอผู้ว่าจ้างที่เรื่องเยอะเกินไปจนอาจจะเป็นปัญหาการหนีงานก็ได้ ดังนั้นปัญหานี้เลยจบง่าย ๆ นั้นคือการจำกัดสิทธิ์ของผู้ว่าจ้างให้ไปในทิศทางเดียวกัน ว่าตัวผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ขนาดไหน เพื่อกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้านั้นเอง

หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับเหมา

            ผู้รับเหมา หรือ บริษัท รับสร้างบ้าน นั้นจะมีขอบเขตการดำเนินงาน  ให้อยู่ในทิศทางเดียวกันว่าหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ถูกจ้าง นั้นมีขนาดไหน  โดนงานได้หรือไม่ หรือ แม้แต่ในส่วนของการปรับเปลี่ยนนั้นจะต้องขอนุญาติก่อนหรือไม่ โดยจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนไปเลยเพื่อกันปัญหาที่จะเกิดด้วยเช่นกัน

                ดังนั้นก่อนที่เราจะขึ้นที่ใข้บริการรับสร้างบ้านละก็เราจะตรวจสอบข้อมูลอะไรหลาย ๆ อย่างก่อนนะครับ โดยบางเรื่องหาถามได้เลย แต่บางเรื่องก็เป็นการที่จนปัญญา ก็ยอมแพ้จริง ๆ ดังนั้นหากเราไม่อยากเสียเงินเยอะ หรือ เสียเงินหลายรอบละก็ลองเอาวิธีพวกนี้ไปใช้ดูได้เลยครับ

ตู้ MDB

ตู้สวิทช์ประธาน (Main Distribution Board) เป็นแผงจ่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเป็นแผงแรกที่รับไฟจากการไฟฟ้าหรือด้านแรงต่ำ ของ หม้อแปลงจําหน่าย แล้วจ่ายกำลังไฟฟ้าไปยังแผงย่อยตามส่วนต่าง ๆ ของอาคาร นิยมใช้ในอาคารขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้าจํานวนมาก ซึ่งที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจะเรียกว่า ตู้ MDB หรือ สวิทช์บอร์ด และในบางประเทศก็จะเรียก Main Switchboard ในบทความนี้เราจะมาอธิบายถึง 4 วัตถุประสงค์ของตู้ MDB รวมถึงอุปกรณ์หลัก ที่ใช้เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์เหล่านั้น

4 วัตถุประสงค์ของตู้ MDB

1. แจกจ่ายกำลังไฟฟ้า หน้าที่แรกของตู้ MDB คือ การรับไฟจากการไฟฟ้าเข้ามาในอาคารโดยผ่านสวิทช์ขนาดใหญ่หรือบางครั้งจะอีกชื่อหนึ่งว่า สวิตซ์เกียร์ ซึ่งปกติแล้วจะเป็นไฟฟ้าแรงดันต่ำที่มีขนาดแรงดันไฟฟ้า 400-416VAC, 50Hz 3 เฟส 4 สาย และเป็นความแตกต่างหลักอย่างหนึ่งระหว่างอาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรมที่จะใช้ไฟฟ้า 3 เฟสแทนการใช้ไฟฟ้า 1 เฟส แรงไฟฟ้า 230/240VAC 50Hz ทั้งนี้เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือสวิทช์แยกวงจร เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการตัด-ต่อไฟฟ้าที่เข้ามาในอาคาร

2. ป้องกันระบบไฟฟ้า หากในกรณีที่ระบบการแจกจ่ายกำลังไฟฟ้ามีปัญหา ไม่มีระบบการป้องกันอาจจะทำให้อุปกรณ์เสียหายได้และถ้ามันรุ่นแรงมากพออาจทำให้อุปกรณ์ระเบิด ทั้งนี้ยังก่อให้เกิดอันตรายกับช่างที่อยู่ในบริเวณนั้นอีกด้วย ซึ่งความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่อาจจะเกิดขึ้นมีดังนี้ ไฟฟ้าลัดวงจร โหลดเกินหรือกระแสไฟฟ้าเกิน แรงดันไฟฟ้าเกิน แรงดันไฟฟ้าตก แรงดันไฟฟ้าหายบางเฟส แรงดันไฟฟ้าสลับเฟส ป้องกันเมื่อมีกระแสรั่วลงดิน ป้องกันฟ้าผ่า

3. แสดงสถานะการทำงาน เพาว์เวอร์ มิเตอร์ ที่ใช้ในการแสดงค่าพารามิเตอร์และปริมาณพลังงานไฟฟ้า เช่น แรงดัน, กระแส, ความถี่, กำลังงานไฟฟ้าจริง, กำลังงานไฟฟ้ารีแอคทีฟ และ Harmonic เป็นต้น เพื่อใช้ในการวัดคุณภาพของการใช้พลังงานเช่นเดียวกับการวัดการบันทึกปริมาณพลังงานที่ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้เพาว์เวอร์มิเตอร์สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก้ Analog Power Meter และ Digital Power Meter

4. ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบไฟฟ้าสำรองนั้นมีหลายรูปแบบและหลายระดับการใช้งาน ตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และการเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟไปเป็น Uninterrupted Power Supply หรือ UPS แบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับหรือซัพพอร์ตวงจรที่จำเป็น ในขณะเดียวกันตู้คอนโทรลเลอร์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator Controller) สั่งสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เมื่อกำลังไฟฟ้าพร้อมที่จะจ่ายหรือพร้อมที่จะทำงาน ก็จะสั่งงาน ATS (Automatic Transfer Switch) ในการทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อมาใช้กับไฟฟ้าสำรองจาก generator แทนการใช้งาน USP ทั้งนี้จะกลับไปใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าหลักเมื่อแหล่งจ่ายไฟหลักกลับสู่สภาพปกติแล้ว

กลุ่มธุรกิจเครื่องมือตรวจวัดที่มีคุณภาพ-เชื่อถือได้

เครื่องมือวัด (Measuring Instrument) เป็นอุปกรณ์สำหรับในการวัดปริมาณทางกายภาพ ในสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ, การประกันคุณภาพ และวิศวกรรม เพื่อให้ได้ปริมาณทางกายภาพของวัตถุนั้นๆ และทำการเปรียบเทียบปริมาณทางกายภาพเหล่านั้น กระบวนการของการวัดจะได้ผลออกมาเป็นตัวเลขหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังทำการวัดและหน่วยอ้างอิงของการวัด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับปริมาณที่แปรได้ของความผิดพลาดของเครื่องมือวัดและความไม่แน่นอนในการวัดนักวิทยาศาสตร์, วิศวกรและคนอื่น ๆ ใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการดำเนินการวัด เครื่องมือเหล่านี้อาจจะเป็นตั้งแต่วัตถุง่าย ๆ เช่นไม้บรรทัดและนาฬิกาจับเวลาจนถึงกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนและเครื่องเร่งอนุภาค เครื่องมือวัดเสมือนจริงถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการพัฒนาเครื่องมือวัดที่ทันสมัย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีหลากหลายบริษัทเลยที่เดียวที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือวัดเหล่านี้ เช่นเดียวกับบริษัท PICO ที่ให้บริการจัดจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องวัด ตัวอย่างเช่น

กลุ่มธุรกิจเครื่องมือตรวจวัดที่ทางบริษัท PICO จัดจำหน่าย

  • Elemental Analyzer

เป็นเครื่องที่ใช้วิเคราะห์หาปริมาณ Carbon , Hydrogen , Nitrogen , Sulfur และ Oxygen ในสารอินทรีย์ที่เป็นของแข็ง และของเหลว เป็นเครื่องที่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว มีความแม่นยำสูง

  • Gloss Checker

เครื่องวัดคุณสมบัติการสะท้อนแสงบนพื้นผิวของวัตถุ วัตถุที่ใช้ทดสอบมีหลากหลายประเภทซึ่งมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน

  • Thermometer

เครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดอุณหภูมิ เทอร์โมมิเตอร์ส่วนมากจะอาศัยการขยายตัว และหดตัวของของเหลวในหลอดแก้ว

  • Handheld Meters

อุปกรณ์ที่วัดค่าอุณหภูมิและความชื้นไว้ในเครื่องเดียวกัน สามารถนำไปวัดตามสถานที่ต่างๆได้

ในปัจจุบันแวดวงการอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ รวมไปถึงธุรกิจต่างๆที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาท ให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการทำงานอย่างมาก ดังนั้นทางบริษัท PICO หรือ บริษัท เพทโทร-อินสตรูเมนท์ จำกัด เป็นอีกหนึ่ง ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือวัด ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ของไทย  ที่มีทีมงานเชี่ยวชาญมากด้วยประสบการณ์พร้อมให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งสินค้าและบริการอย่างครบวงจร อันเป็นที่ยอมรับทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ หากสนใจตัวสินค้าทางบริษัท PICO ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือวัด เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และเครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดตัวอย่างสินค้าได้ที่ www.pico.co.th 

ทำไมการ “หางาน” แบบหว่านใบสมัครถึงเป็นผลเสีย

ทุกคนรู้จักกับว่า “หางาน” มาแล้วใช่ไหมครับ ? กว่าจะได้งานมาแต่ละงานเราต้องการการหามากี่ครั้ง สัมภาษณ์กี่หน แต่ว่าเมื่อก่อนเราอาจจะเป็นก็ได้นะครับกับการ หางาน ด้วยการ หว่านใบสมัคร แน่นอนว่าเด็กที่พึ่งจบใหม่เองก็กำลังทำวิธีนี้อยู่ แต่ดูเหมือนนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องนะครับ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าทำไม การหว่านใบสมัครถึงไม่ถูกต้อง

การหว่านใบสมัครคืออะไร

            คือการที่ไม่ว่าจะมีตำแหน่งอะไร ตำแหน่งไหนว่างอยู่ คุณสมบติเป็นไง พอจะเข้ากับตัวเราหรือไม่ ? ถ้าทุกอย่างไปได้ก็กดส่งใบสมัครเลย โดยไม่ดูรายละเอียดงานมากมาย ขอแค่ได้งานไว้ก่อนก็พอ ซึ่งวิธีนี้ไม่ค่อยจะดีกับตัวเองสักเท่าไหร่นะครับ และยังเป็นวิธีที่ไม่ควรทำอีกด้วย

ทำไมถึงไม่ควรหว่านใบสมัคร

            แน่นอนว่าการหว่ายใบสมัครนั้นอาจจะเพิ่มโอกาสในการได้งานก็ได้ แต่ทุก ๆ อย่างย่อมมีสองด้านเสมอครับ เพราะถึงแม้โอกาสจะได้งานนั้นมี แต่โอกาสที่จะไม่มีงานเลยก็มีด้วยเช่นกันดังนั้นนี้คือข้อเสียของการหว่านใบสมัคร

                                ไม่ค่อยอ่านรายละเอียด : เนื่องจากคนที่ประเภทหว่านใบสมัครนั้นจะไม่เน้นไปที่รายละเอียดแต่เน้นไปที่จำนวนมากกว่าดังนั้นในส่วนของรายละเอียดจึงไม่ค่อยอ่านกันสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะกดส่งกันอย่างเดียวได้ไม่ได้ค่อยลุ้นทีหลัง

                                จำรายละเอียดไม่ได้ : เคยเจอไหมครับ ? กับการมีโทรนัดสัมภาษณ์แล้ว ไม่รู้ว่ามาจากบริษัทไหน ซึ่งฟังดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนะครับ แต่บางทีสำหรับ HR นั้นอาจจะรู้สึกไม่ดีกับการที่เราถามว่า “จากบริษัทไหน” ก็ได้นะครับ นั้นเพราะว่าเราหว่านใบสมัครเยอะเกินไปจนจำไม่ได้ว่าบริษัทไหนที่โทรมานั้นเอง

                                ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำงานอะไร : เราเล่นหว่านใบสมัครไปหมด ทั้ง Sale PR HR ฝ่ายบุคล ฝ่ายบัญชี ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเราอยากจะทำงานตำแหน่งอะไร และเราก็ไม่รู้อีกด้วยว่าตำแหน่งที่เราจะได้ใช่ความชอบจริง ๆ ของเราหรือบางทีพอทำไปสักพักอาจะจอยากเลิกก็ได้นะครับ

                                ดูเป็นคนไม่มีความมั่นใจ : ในมุมมองของผู้ประกอบการนั้นหากเลือกสมัครงานหลาย ๆ ที่ นั้นอาจจะโดนมองว่าเราไม่มีความมั่นใจในการทำงานเลยเพราะลังเลไม่รู้จะสมัครตำแหน่งอะไรก็เลือกมันซะทุกตำแหน่งเลย

                ดังนั้นหากเรา จะมอง “หางาน” เลือกงานที่เหมาะกับตัวเราและงานที่เราอยาทำดีกว่านะครับจะได้ไม่ต้องเจอกับปัญหาการหว่านใบสมัคร เผลอ ๆ ถ้าได้ตำแหน่งที่ไม่ชอบ และเรา ไม่อยากทำจะพาบริษัทเสียผลประโยชน์อีกนะครับ