สูตรน้ำผักปั่นรสละมุน ทำเองดื่มง่ายไม่ต้องทนเหม็นเขียว

             เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหมายถึงเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งการสร้างเสริมความแข็งแรง บำรุงความงาม รวมทั้งปรับสมดุลต่าง ๆ ในร่างกายให้เข้าที่ เครื่องดื่มประเภทนี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือเครื่องดื่มจากผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย ดื่มได้ไม่มีเบื่อ อีกแบบคือน้ำผักปั่นที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก เนื่องจากดื่มยาก เพราะผักหลาย ๆ ชนิดมีกลิ่นฉุน มีกลิ่นสาบที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับการนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม แม้แต่สายสุขภาพหลาย ๆ คนยังยอมรับว่าการดื่มน้ำผักนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างทรมาน พวกเขาจึงมักปิดจมูกแล้วรีบกลืนลงท้องไปอย่างรวดเร็ว อย่ากระนั้นเลยหากต้องฝืนความรู้สึกของตัวเองในระยะยาวแล้วคงเป็นอะไรที่ไม่ดีแน่ ๆ ดังนั้นวันนี้เราจึงนำเอาสูตรน้ำผักปั่นรสละมุนมาฝากกัน เพื่อให้ผู้รักสุขภาพได้ดื่มด่ำอย่างมีความสุข ไม่ต้องทนเหม็นเขียวอีกต่อไป

น้ำมะพร้าว+สตรอว์เบอร์รี่+ผักกาดแก้ว

น้ำมะพร้าวจะใช้น้ำมะพร้าวสดหรือน้ำผลไม้สำเร็จรูปก็ได้ กะปริมาณให้เท่ากันกับปริมาณสตรอว์เบอร์รี่อัตราส่วน 1 : 1 ส่วนผักกาดแก้วสำหรับเครื่องดื่มเพียงแก้วเดียวใช้หนึ่งใบก็พอ จากนั้นนำทั้งหมดไปปั่นให้เนียนเข้ากันดี เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่นได้ความหอมและเย็น เครื่องดื่มสูตรนี้ยังช่วยในการปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยให้ขับถ่ายคล่อง ทั้งยังช่วยในการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี

มะเขือเทศ+แตงกวา+น้ำผึ้ง

สูตรนี้มีข้อดีรวมกันถึงสองอย่าง หนึ่งคือเป็นวิธีทำน้ำผักผลไม้ปั่นลดความอ้วน สองคือช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งสดใส วิธีทำก็แสนจะง่าย เริ่มต้นด้วยการเลือกมะเขือเทศและแตงกวาลูกสด ๆ ไม่มีรอยช้ำ ปริมาณสามารถยืดหยุ่นได้ตามความชอบ สูตรนี้เราจะไม่เติมส่วนผสมอื่นที่เป็นน้ำเลย เพราะผักทั้งสองชนิดมีน้ำอยู่ในตัวมากพอสมควร หากทำแบบปั่นให้นำผักทั้งสองชนิดลงไปปั่นก่อนแล้วตามด้วยน้ำผึ้งเล็กน้อย จากนั้นจึงปั่นต่อให้สมูทเข้ากันดี ส่วนคนที่ไม่ชอบเนื้อสัมผัสของผักทั้งสองชนิด สามารถนำสูตรนี้ไปใช้กับเครื่องปั่นผลไม้แยกกากได้เช่นเดียวกัน

แอปเปิ้ลเขียว+แครอท

อัตราส่วนของสูตรนี้อยู่ที่แอปเปิ้ลเขียว 1 ส่วนต่อแครอท ½ ส่วน นอกนั้นไม่มีอะไรมาก จับปั่นรวมกันให้ละเอียดดีก็พร้อมดื่มแล้ว จะเห็นได้ว่าสูตรนี้เน้นหนักไปทางด้านผักและผลไม้ที่มีเนื้อมากนั่นหมายความว่านี่คือสูตรลดความอ้วนโดยตรง เพราะเหมาะกับการดื่มเพื่อให้อิ่มท้องนั่นเอง

สับปะรด+สตรอว์เบอร์รี+บรอกโคลี+น้ำผึ้ง

อีกหนึ่งสูตรน้ำผักปั่นลดความอ้วน แต่ถึงไม่อ้วนก็ดื่มเพื่อช่วยให้ร่างกายเผาผลาญและดีท็อกซ์ได้เช่นเดียวกัน สูตรนี้สามารถปรับอัตราส่วนของผักและผลไม้ได้ตามความต้องการของผู้ดื่มเลย แต่บรอกโคลีควรใช้เฉพาะส่วนดอกกับก้านอ่อน ๆ ติดกับดอกเท่านั้น เพราะก้านส่วนล่างลงไปถึงโคนค่อนข้างจะสาก ทั้งยังไม่มีสารอาหารอันเป็นที่ต้องการในสูตรนี้

ใบย่านาง

สุดยอดน้ำผักอันเป็นความภาคภูมิใจของวงการสมุนไพรไทย ใบย่านางมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และคุณสมบัติที่ดีต่อร่างกายอีกมากมาย แม้ขึ้นชื่อว่า “ใบ” หากแต่น้ำใบย่านางนั้นดื่มง่ายไม่ฉุนอีกต่างหาก วิธีการทำเพียงแค่นำใบย่านางกับน้ำสะอาดปั่นรวมกัน จากนั้นจึงกรองเอาไว้แต่น้ำเพื่อดื่ม การปรุงรสให้ละมุนก็มักจะเติมเกลือ เติมน้ำมะนาว หยดน้ำผึ้ง ใส่น้ำแข็งลงไปเท่านั้น ไม่นิยมปรุงรสให้แปลกไปด้วยสิ่งอื่นใดนอกจากนี้

             เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพรสละมุนทั้ง 5 สูตรที่เรานำมาฝากกันนี้ คัดสรรเป็นอย่างดีเพื่อให้คนรักสุขภาพได้ทั้งความอร่อยและคุณประโยชน์อันหลากหลาย เหนือสิ่งอื่นใดหากต้องการให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากเครื่องดื่มเหล่านี้ก็ควรปรุงและดื่มในทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เนิ่นนานเพราะสารอาหารบางตัวจะสูญสลายไปภายในไม่กี่วินาที ดังนั้นหากต้องการดื่มนอกสถานที่แนะนำว่าควรมีเครื่องปั่นแบบพกพาติดตัวไปด้วย ไม่แนะนำให้ปรุงเครื่องดื่มที่บ้านแล้วเอาติดตัวไปดื่มระหว่างวัน แบบนั้นเราอาจจะได้รับสารอาหารเพียงเล็กน้อย แถมเสี่ยงกับอาการท้องร่วงท้องเสียด้วยอีกต่างหาก

ช้อปปังๆ ตั้งแต่ต้นปีกับ Shopee 2.2 Cashback Sale มหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ที่คุณช้อปได้คุ้มกว่าใคร รับ Cashback คุ้มๆ ถึง 200%! พร้อมสินค้าลดราคาพิเศษ ช้อปไม่เกิน 222 บาทต่อชิ้น! ช้อปสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี เกม คอมพิวเตอร์ แลปทอป Mobile & Gadget ลดแรงกว่า Mobile Expo พร้อมรับเพิ่มอีก 2,000 coin! และโปรโมชั่นจากแบรนด์ดังที่คุณไม่ควรพลาด รีบช้อปตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2020 – 3 กุมภาพันธ์ 2020 นี้! 

ลาก่อนฟาสต์ฟู้ด เมื่อสั่งอาหารจากร้านอาหารที่ดีที่สุดในกรุงเทพได้แล้ว 24 ชม.

                หากมีท่านใดที่ต้องอยู่ทำงานดึก ๆ แบบท้องว่าง ๆ เป็นประจำ ณ ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งไปนึกถึงการสั่งฟาสต์ฟู้ดมารับประทานแก้หิว ทุกวันนี้เรามีตัวเลือกที่ดีกว่าแฮมเบอร์เกอร์หรือร้านสะดวกซื้อมากนัก เพราะเราก็สามารถสั่งอาหารจากร้านอาหารที่ดีที่สุดในกรุงเทพได้ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน หรือเรียกว่าพร้อมทาน 24 ชั่วโมงเลย และวันนี้เราก็มีร้านเด็ด ๆ ที่ต้องแนะนำมาบอกต่อกันถึง 3 ร้าน

ข้าวขาหมูตีสาม

พูดถึงข้าวขาหมูขึ้นมาแล้วจะไม่หิวก็ถือได้ว่าจิตแกร่งพอสมควร เพราะไม่ว่าจะเป็นหนังนุ่ม ๆ มันแทรกหวาน ๆ หรือเนื้อยุ่ย ๆ ที่แค่แตะก็แทบละลายในปาก ผสมกับน้ำราดรสเด็ดและข้าวสวยร้อน ๆ ที่ถ้าเผลอนึกถึงขึ้นมาสักตอนตีสองในสมัยก่อนก็ถือว่างานเข้าต้องทนกันถึงสาย ๆ พอดี แต่โชคดีที่ร้านข้าวขาหมูตีสามเขาเปิดบริการพร้อมเดลิเวอรี่ 24 ชั่วโมง ทีนี้อาการอยากข้าวขาหมูตอนดึก ๆ ก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

โกบู้รสซิ่ง

เมนูทีเด็ดของร้านนี้คือ “ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำไข่ลวก” เอาแค่เส้นที่ลวกมาแบบพอดี ใส่เครื่องต้มยำแบบจัดจ้านเข้มข้นถึงเครื่อง บวกกับเกี๊ยวตัวใหญ่ ๆ เต็มปากเต็มคำ คลุกเข้ากันกับไข่ลวกเยิ้ม ๆ (หรือบางคนชอบไข่ต้ม ทางร้านก็มีพร้อมบริการ) และถ้าใครอยากได้รสจัด ๆ เข้มข้นมาก ๆ ก็เขียนบอกแม่ครัวไว้ได้เลย เพราะร้านนี้เขาใจดีมือหนักตักหมดช้อนจนได้รสซิ่ง ๆ ถึงใจให้แน่นอน แต่ต้องบอกก่อนว่าร้านนี้ปิดวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นก็ต้องไม่ลืมดูวันให้ดีก่อนสั่ง

โจ๊กหมูทอง

ใครอยู่ทำงานจนเช้ามืด ร้านแถวบ้านยังไม่เปิด หรืออยู่ไกลจนหาข้าวเช้าไม่ได้ ร้านโจ๊กหมูทองคือคำตอบ บางคนดึก ๆ อาจไม่อยากรับประทานอะไรหนักมาก ก็ต้องลองสั่งอาหารจากร้านอาหารที่ดีที่สุดในกรุงเทพร้านนี้ได้เลย โจ๊กหมูร้อน ๆ ต้มเลือดหมูหอม ๆ คงเป็นทางเลือกที่ดี หรือใครอยากจัดหนักจัดเต็ม ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ข้าวมันไก่ต้ม ข้าวมันไก่ทอด ก็มีครบ ที่ร้านโจ๊กหมูทอง

                ทุกวันนี้มีแอปพลิเคชันดี ๆ ที่สามารถทำให้เราเลือกรับประทานอาหารได้ทุกที่ ทุกเวลา แถมยังได้รสชาติดี ถูกปาก และเราเองก็ไม่ลำบากอีกด้วย ถือเป็นเรื่องดีที่เราสามารถสั่งอาหารจากร้านอาหารที่ดีที่สุดในกรุงเทพได้ตลอด ไม่ว่าจะหิวตอนดึกดื่นมืดค่ำขนาดไหน ตัวเลือกก็ไม่ได้มีแค่อาหารขยะอีกต่อไป ถึงแม้จะอ้วนไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารปรุงสดใหม่ที่ตรงใจเราตอนเลยเที่ยงคืน ก็ช่วยทำให้ผ่านข้ามคืนที่แสนน่าเบื่อไปได้แบบพอจะมีเรื่องให้ยิ้มออกบ้าง

การออกกำลังกายเพื่อหุ่นที่ดีของตัวเอง

ในปัจจุบันนี้เรื่องของการออกกำลังกายนั้นถือว่าเป็นไลฟ์สไตล์ที่จำเป็นอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้เพราะว่าการออกกำลังกายนั้นเรามีจุดประสงค์หลายอย่างนั้นก็คือเพื่อหุ่นที่สวยงาม ในตอนนี้มีคนที่ชอบออกกำลังกายอย่างมากมายด้วยกัน เรื่องของการออกกำลังกายนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นอย่างมากที่สุด

                การออกกำลังกายนั้นก็คือไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งอย่างของกลุ่มคนที่รักสุขภาพนั้นก็จะเน้นการออกกำลังกายเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นการโยคะ การวิ่ง การเข้าฟิตเนสเพื่อให้ร่างกายของเรานั้นมีสุขภาพและหุ่นที่ดีมากยิ่งขึ้น การออกกำลังกายจะทำให้เราไม่ต้องเครียดหรือกังวลกับเรื่องต่างๆทุกๆอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้ามให้ความสนใจกับเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของตนเองจะเป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่า

                ไม่ว่าร่างกายของเราจะเป็นอะไรก็ตามการที่เรามีพื้นฐานสุขภาพที่แข็งแรงนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยใครๆก็อยากที่จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วยกันทั้งนั้นแต่เชื่อไหมว่าผลจากการที่เราไม่ออกกำลังกายนั้นก็จะทำให้เราอาจจะมีโรคภัยไข้เจ็บตามมานั่นคือเรื่องที่ไม่คุ้มอย่างยิ่งเลย ร่างกายของเราในแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนบางคนอาจจะเป็นโรคที่ร้ายแรงหรือบางคนอาจจะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงก็ได้

                ทุกอย่างนั้นจะไม่ขึ้นอยู่กับโชคชะตาทั้งหมดก็เป็นได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็จะต้องรู้จักดูแลตัวเองด้วยไม่ให้ร่างกายของเรานั้นจะต้องเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บหากต้องเผชิญนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างมากที่สุดเลย การดูแลสุขภาพนั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีที่สุดที่เราไม่ควรมองข้ามการที่มีสุขภาพดีนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากที่สุดเช่นกัน

                การออกกำลังกายนั้นถือว่าเป็นอีกไลฟ์สไตล์หนึ่งที่ดีเพราะยิ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ดีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีแก่ตนเองมากเท่านั้น สุขภาพที่ดีหาไม่ได้แต่เราสามารถที่จะทำได้ไม่ยากเลย เรื่องของไลฟ์สไตล์นั้นเป็นสิ่งที่เราเองจะต้องให้ความสนใจและมีใจรักในสุขภาพมากๆเพราะถ้าสุขภาพของเราดีมากเท่าไหร่ก็จะทำให้เราเองมีรูปร่างและหุ่นที่สวยงามมากขึ้นเท่านั้น

ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับตัวเราอย่างมากที่สุดยิ่งเรามองเห็นความสำคัญของเรามากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นผลดีแก่ตนเองมากเท่านั้น สิ่งที่เราชอบทำจะว่าไปนั่นก็คือไลฟ์สไตล์ของตัวเราเองทั้งนั้น

ผงชูรส อันตรายจริงหรือไม่

ผงชูรส หรือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต มีลัการะเป็นผงสีขาว ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น แต่ช่วยชูรสชาติอื่น ๆ ให้เด่นชัดขึ้นมาได้ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น โดยในครั้งแรกผลชูรสนั้นสกัดมาจากสาหร่ายคอมบุ แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้แป้งมันสำปะหลัง และ กากน้ำตาลเป็นหลัก โดยการทำงานของผงชูรสเนี่ย จะส่งผลต่อปุ่มปลายประสาทที่ลิ้นกับคอ กระตุ้นให้เราสามารถรับรสชาดได้ไว และ นานขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่าอาหารที่เราทานนั้นมีความกลมกล่อมนั้นเอง

          แล้วแบบนี้จริง ๆ แล้วผงชูรสนั้นมีอันตรายต่อร่างกายของเราไหม?

          เรื่องโทษของผงชูรสนั้นมีการพูดถึงมาอย่างยาวนานในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นกินผผงชูรสมาก ๆ แล้วจะปากแห้ ผมร่วง หรือ อาจะทำให้เกิดโรคเรื้อรังตามมาอีกมากมาย ซึ่งจริง ๆ แล้วยังไม่มีงานวิจัย หรือ ข้อมูลที่ชี้ชัดว่าการกินผงชูรสจะส่งผลต่ออาการผลร่วง ปากแห้ง หรือมีอันตรายต่อร่ากายของคนเรา เพราะหากคุณทางผงชูรสในระดับที่ไม่มากเกินไป ร่างกายก็จะสามารถขับผงชูรสออกได้โดยไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายเลย แต่หากคุณบริโภคผงชูรสในปริมาณมากจนร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ไหวนั้นก็อาจจะเป็นผลเสียต่อร่างกายของคุณได้ เพราะผงชูรสนั้นเป็นโซเดียมประเภทหนึ่ง  ซึ่งหากร่างกายของเราได้รับโวเดียวในปริมาณที่มากจนเกินไปก็สามารถเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ และ อาจจะส่งผลต่ออาการของโรคหอบหืด และ ไมเกรนได้เช่นกัน

          แต่ในทางกลับกันก็มีงานวิจัยอีกฝั่งที่มาโต้ว่า ผงชูรสนั้นไม่มีอันตรายต่อร่างกายและสุขภาพเลย หรือหากมีก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น เพราะไอ้เจ้าสารที่อยู่ในผงชูรส หรือ เจ้ากลูตาเมตเนี่ย ก็สามารถพบได้จากพืชผักบางชนิด และ อาหารที่เราบริโภคกันในแต่ละวันอยู่แล้ว ซึ่งมีจำนวนสารกลูตาเมตที่มากกว่าในผงชูรส และ โดยปกติเราก็รับสารกลูตาเมทจากการบริโภคอาหารอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชีส มะเขือเทศ เห็ด ซีอิ๊วต่าง ๆ เป็นต้น  ซึ่งจากการวิจัยพบว่าเราได้รับสารตัวนี้จากอาหารปกติที่ไม่ใส่ผงชูรสมากกว่าจำนวนผงชูรสที่เราบริโภคกันในแต่ละวันถึง 20-40 เท่านั้นเอง

          ทำให้เรื่องโทษของผงชูรสยังคงเป็นประเด็นในการถกเถียงของคนในสังคมต่อไป แต่ถึงแม้ว่ายังไม่มีงานวิจัยอะไรที่สามารถชี้ชัดได้ว่าสุดท้ายแล้วผงชูรสนั้นมีโทษต่อร่างกายจริงหรือไม่ แต่ทางที่ดี เราก็ควรบริโภคทุกอย่างอย่างพอดี ไม่มากเกินไปและน้อยเกินไป เพราะทุกอย่างล้วนทีทั้งข้อดี และ ข้อเสียอยู่แล้วทั้งนั้น เพราะสุดท้ายแล้วสุขภาพของเราคงไม่มีใครมาเข้าใจเท่าตัวเราอีกแล้ว ดังนั้นไม่ว่าคุณจะบริโภคอะไรก็ควรบริโภคอย่างมีสติ และควรบริโภคให้หลากหลายไม่จำเจ เพื่อไม่ให้มีสารตกค้างในร่ากายของคุณมากเกินไป ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะได้โรคใหม่ ๆ แถมมาด้วยในอนาคตอย่างแน่นอน 

Keto เทรนด์สุขภาพเทรนด์ใหม่ ที่คนอยากลดน้ำหนักต้องรู้

ในยุคสมัยที่การค้นหาความรู้นั้นเปิดกว้าง ทำให้มีทฤษฎี หรือ ความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด อย่างเช่น การกิน Keto หรือ คีโตไดเอท (Keto Diet)  ซึ่งเป็นเทรนด์การกินเพื่อลดน้ำหนัก และ เพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมในสังคมไทย ฟังแบบนี้หลายคนคงอยากรู้จักคีโตไดเอทให้มากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ เอาเป้นว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าไอ้เจ้าคีโตไดเอทมันคืออะไร

คีโตไดเอท คืออะไร

            คีโตไดเอท คือ การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของคาร์โบไฮเดรต และ น้ำตาลต่ำมาก ๆ ถึงขั้นไม่บริโภคเลย นั้นก็เพื่อให้ร่างกายได้เกิดภาวะคีโตซิส หรือ เรียกได้ว่าเป็นภาวะที่ร่างกายไม่มีพลังงานจากน้ำตาลกลูโคส ทำให้ต้องไปดึงพลังงานจากไขมันที่สะสมในร่างกายมาใช้ทดแทน ซึ่งผลที่ได้ก็คือ สัดส่วนของคนที่กินคีโตนั้นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายในระยะเวลาไม่นาน เพราะร่างกายได้ทำไขมันที่สะสมไว้มาใช้เรื่อย ๆ ทำให้เทรนด์การกินแบบคีโตจึงได้รับความนิยมจากคนในหลาย ๆ กลุ่ม แต่แท้จริงแล้วเริ่มแรก ตีโตไดเอทนั้นเกิดขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบการรักษาทางการแพทย์อย่างโรคลมชัก โรคเบาห และ โรคที่ต้อจำกัดการกินต่าง ๆ นั่นเอง

ตีโตไดเอทกินอะไรได้บ้าง

          การกินคีโตไดเอทนั้นมีข้อจำกัดในการกินไม่มาก เพียงไม่กินของที่เป็นคาร์โบไฮเดรต และ น้ำตาล เพียงเท่านั้น ส่วนอาหารในหมวดอื่น ๆ ก็ยังสามารถกินได้ปกติ โดยอาหารที่คนทำคีโตไดเอทสามารถกินได้มีดังนี้

  • ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันอะโวคาโด
  • ไขมันจากสัตว์ เช่น เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์แปรรูปที่ไม่ผสมแป้ง ไข่ อาหารทะเล
  • ผักใบเขียว สามารถรับประทานผักใบเขียวได้ทุกชนิด แต่ควรหลีกเลี่ยงพืชหัวที่มีสัดส่วนคาร์โบไฮเดรตเยอะ เช่น เผือก มัน เป็นต้น)
  • นม ต้องเป็นนมพร่องมันเนยที่มีไขมันต่ำ หรือผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย ครีม ครีมชีส ชีส (มาการีนไม่สามารถรับประทานได้)
  • พืชตระกูลถั่ว ควรรับประทานเฉพาะถั่วเมล็ดเดี่ยว เช่น วอลนัท แมคคาเดเมีย อัลมอนด์

อ่านมาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนคงคิดว่าไม่น่าจะยากใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วการทานคีโตนั้นมีรายละเอียดที่ต้องคำนึงถึงมากกว่านี้ ทั้งเรื่อง การกินให้ครบแคลอรี่ ที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวัน รวมถึงการแบ่งสัดส่วนในการกินของแต่ละประเภท เพราะไม่ใช่ว่าอะไรที่ไม่ใช้แป้งกับน้ำตาลแล้วคุณจะสามารถกินได้แบบไม่ยั้ง แต่ควรกินตามสัดส่วนที่ได้มีการวิจัยออกมา และ อาจจะต้องทางวิตามินบางชนิดร่วมด้วยไม่เช่นนั้นร่างกายจะเกิดการขาดสารอาหารได้เช่นกัน เอาเป็นว่าขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อร่างกาย ยังไงก็ควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจทำนะคะ ไม่เช่นนั้นแทนที่จะสุขภาพดีขึ้น คุณอาจจะได้โรคใหม่มาเพิ่มก็เป็นไปได้