เลือกหมอนอิงอย่างไร ให้มีความสวยงาม ทนทาน เหมาะกับการใช้งานภายในโรงแรม

หมอน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรองรับศีรษะและคอโดยเฉพาะเมื่อคุณจะต้องหลับบนที่นอน นอกจากการใช้หมอนสำหรับนอนแล้ว ก็ยังมีหมอนประเภทอื่น ๆ เช่น หมอนข้าง หมอนอิง เป็นต้น ซึ่งหมอนข้างนั้นเป็นหมอนที่ใช้สำหรับกั้นพื้นที่ของเตียง บรรเทาความปวดเมื่อย หมอนสำหรับอิง เป็นหมอนที่มีไว้สำหรับหนุนหรืออิง มักจะตั้งในระดับที่สูงกว่าหมอนปกติเล็กน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการนอนหลับทันทีนั่นเอง

โดยส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะเห็นหมอนสำหรับอิงที่มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งแน่นอนว่าตามโรงแรมก็มักเลือกใช้แบบรูปทรงสี่เหลี่ยมเช่นเดียวกัน เพราะมีความคล้ายคลึงกับหมอนที่ใช้นอนนั่นเอง แต่ถ้าหากคุณต้องการซื้อหมอนสำหรับอิงไปใช้ตกแต่งภายในบ้าน ก็สามารถเลือกได้อย่างหลากหลายเลย ไม่ว่าจะเป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม หรือทรงใดก็ได้ที่คุณต้องการนำไปใช้ รับรองว่าเพิ่มความเก๋ไก๋ แปลกตา ให้กับพื้นที่บนที่นอนหรือภายในห้องนอนได้อย่างแน่นอน

สำหรับการจัดห้องพักภายในโรงแรม การเลือกหมอน เครื่องนอนและใช้มือเครื่องใช้ภายในห้องพักของผู้ที่เช็คอินเข้าพักนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียว เพราะจะต้องพิจารณาตั้งแต่วัสดุที่ผลิต ขนาดของหมอน สีสันที่ต้องการ เป็นต้น การเลือกสีสันและสไตล์ให้เข้ากับของตกแต่งภายในห้องพักของโรงแรม เป็นเรื่องที่สำคัญอันดับแรกในการเลือกซื้อเลยก็ว่าได้ เช่น หากตกแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์น ทางโรงแรมก็จะเลือกสีพื้น ๆ เช่น ขาว ดำ น้ำตาล เป็นต้น มาใช้เป็นเกณฑ์เลือกเฟอร์นิเจอร์ หมอนสำหรับอิงอาจเลือกใช้โทนสีขาว ดูเรียบง่าย จัดง่าย สบายตา เป็นต้น 

ในเรื่องวัสดุที่ใช้ในการผลิตตัวหมอน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทางโรงแรมจะต้องให้ความสำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะวัสดุที่ใช้นั้นสามารถส่งผลถึงผู้ใช้งานโดยตรง ซึ่งก็หมายถึง ผู้ที่เข้าพักที่โรงแรมนั่นเอง โดยวัสดุที่มักใช้ในการผลิตหมอน ก็มักจะเป็น ฟองน้ำ ขนสัตว์ ใยสังเคราะห์ เป็นต้น หากเลือกใช้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้หมอนรองรับสรีระได้ไม่ดีพอ ชำรุดก่อนหมดอายุการใช้งาน ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผู้ใช้งาน เป็นต้น 

อย่างที่ได้กล่าวอธิบายไปแล้วข้างต้น ว่าการเลือกวัสดุที่ใช้ในการผลิตหมอนนั้นส่งผลต่อผู้ใช้งานโดยตรง ซึ่งนอกจากนี้แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อโรงแรมในด้านคุณภาพการให้บริการและชื่อเสียงอีกด้วย ดังนั้น ขอแนะนำวัสดุที่จะช่วยให้เกิดอาการแพ้และการระคายเคืองได้น้อยที่สุด ซึ่งก็คือ การเลือกซื้อ เลือกใช้หมอนที่ผลิตมาจากใยสังเคราะห์นั่นเอง เพราะทำให้ไม่ระคายเคือง ไร้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังเหมาะสมสำหรับผู้ที่แพ้หมอนที่ผลิตมาจากขนสัตว์อีกด้วย เมื่อเลือกหมอนได้แล้ว สิ่งที่สำคัญ ก็คือ การเพิ่มความสวยงามที่มีอยู่แล้ว ให้มีมากยิ่งขึ้น ด้วยการหาปลอกหมอนที่มีสไตล์เข้ากับการตกแต่งภายในห้องพักนั่นเอง ซึ่งผู้ที่ต้องการหาซื้อหมอนสำหรับอิงไปใช้ในบ้าน ก็สามารถตกแต่งในรูปแบบนี้ได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการหาปลอกหมอนที่มีสีสันที่ต้องการ สำหรับผู้ที่ต้องการคุมโทน ปลอกหมอนที่มีการปักลายสวยงามต่าง ๆ ปลอกหมอนที่มีสไตล์ความเป็นมินิมอล ปลอกหมอนที่พิมพ์ลวดลายหรือพิมพ์ตัวอักษร คำ หรือวลีลงไป ทำให้ดูดีไปอีกแบบ เป็นต้น
หมอนอิงนั้น นอกจากจะมีประโยชน์ในการใช้อิงหรือพิงหลัง พิงร่างกายให้หายปวดเมื่อยแล้ว เหมาะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ เป็นต้น อีกด้วย ด้วยความสวยงามของสีสันและลวดลายบนหมอน จึงทำให้หมอนประเภทนี้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นของตกแต่งได้อีกด้วยนั่นเอง เช่น วางบนเตียงตามธีมที่ชื่นชอบ วางบนโซฟาเพิ่มความเก๋ เป็นต้น สารพัดประโยชน์แบบนี้ จึงทำให้หมอนประเภทนี้เป็นที่นิยมนั่นเอง

ในสัญญา รับสร้างบ้าน ที่เราจะต้องเช็ค จะต้องมีอะไรบ้าง ?

                การ รับสร้างบ้าน นั้นมีหลากหลายรูปแบบให้เราเลือกใช้บริการกันไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือ บริษัทรับสร้างบ้าน ก็สามารถสร้างบ้านได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจะขอข้ามในส่วนนี้ไปแต่เราจะมาพูดถึง สัญญารับสร้างบ้านกันดีกว่าว่ารายละเอียดในสัญญาก่อสร้างนั้นจะต้องมีอะไรที่เราจะต้องตรวจเช็คบ้าง ?

วันเริ่มจนถึงวันสิ้นสุดสัญญา

            อย่างแรกเลยนั้นคือในเรื่องของจำนวนวัน ควรระบุ วันที่ เดือน พ.ศ.  ตั้งแต่เริ่มงานก่อสร้างไปจนถึง วันที่สิ้นสุดสัญญาอย่างชัดเจน โดยที่ตัวเลขไม่มีรอยลบ หรือ เลือนรางจนอ่านไม่ออก นะครับ

ข้อมูลส่วนบุคลทั้งสองฝ่าย           

            ไม่ว่าฝ่ายผู้ว่าจ้าง (คนที่อยากสร้างบ้าน) หรือ ผู้ถูกจ้าง (บริษัทรัยสร้างบ้าน หรือ ผู้รับเหมา) นั้นจะต้องมีเอกสารที่ระบุถึงตัวตนของตัวเองได้ หรือ จดทะเบียนพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ใส่ไว้ในสัญญาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน ที่อยู่ ปัจจุบัน  หรือ เอกสารที่ยืนยันตัวเองได้

ขอบเขตการทำงาน

            บริษัทรับสร้างบ้าน นั้นมีขอบเขตการทำงานขนาดไหน ต้องการทำอะไรบ้าง ? แบบบ้านเป็นอย่างไร มีทุกอย่างพร้อมหรือไม่ ทุกอย่างควรระบุในสัญญาให้ชัดเจน เพื่อที่กันไม่ให้เกิดความพผิดพลาดให้น้อยที่สุด

การจ่ายเงิน และ ราคา

            โดยจะมีการแจ้งรายละเอียดตั้งแต่เราคาเหมาจ่ายทั้งหมดนั้นเป็นเงินเท่าไหร่ จ่ายล่วงหน้าคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากราคาที่จ่าย แบ่งจ่ายเป็นกี่งวด งวดระกี่บาท  โดยจะต้องครบและถูกต้องก่อนที่จะเซ็นสัญญานะครับ

ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง

            เป็นการปกป้องสิทธิ์ของบริษัท รับสร้างบ้าน หรือ ผู้รับเหมานะครับ เพราะบางทีอาจจะเจอผู้ว่าจ้างที่เรื่องเยอะเกินไปจนอาจจะเป็นปัญหาการหนีงานก็ได้ ดังนั้นปัญหานี้เลยจบง่าย ๆ นั้นคือการจำกัดสิทธิ์ของผู้ว่าจ้างให้ไปในทิศทางเดียวกัน ว่าตัวผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ขนาดไหน เพื่อกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้านั้นเอง

หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับเหมา

            ผู้รับเหมา หรือ บริษัท รับสร้างบ้าน นั้นจะมีขอบเขตการดำเนินงาน  ให้อยู่ในทิศทางเดียวกันว่าหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ถูกจ้าง นั้นมีขนาดไหน  โดนงานได้หรือไม่ หรือ แม้แต่ในส่วนของการปรับเปลี่ยนนั้นจะต้องขอนุญาติก่อนหรือไม่ โดยจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนไปเลยเพื่อกันปัญหาที่จะเกิดด้วยเช่นกัน

                ดังนั้นก่อนที่เราจะขึ้นที่ใข้บริการรับสร้างบ้านละก็เราจะตรวจสอบข้อมูลอะไรหลาย ๆ อย่างก่อนนะครับ โดยบางเรื่องหาถามได้เลย แต่บางเรื่องก็เป็นการที่จนปัญญา ก็ยอมแพ้จริง ๆ ดังนั้นหากเราไม่อยากเสียเงินเยอะ หรือ เสียเงินหลายรอบละก็ลองเอาวิธีพวกนี้ไปใช้ดูได้เลยครับ