ตู้ MDB

ตู้สวิทช์ประธาน (Main Distribution Board) เป็นแผงจ่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเป็นแผงแรกที่รับไฟจากการไฟฟ้าหรือด้านแรงต่ำ ของ หม้อแปลงจําหน่าย แล้วจ่ายกำลังไฟฟ้าไปยังแผงย่อยตามส่วนต่าง ๆ ของอาคาร นิยมใช้ในอาคารขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้าจํานวนมาก ซึ่งที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจะเรียกว่า ตู้ MDB หรือ สวิทช์บอร์ด และในบางประเทศก็จะเรียก Main Switchboard ในบทความนี้เราจะมาอธิบายถึง 4 วัตถุประสงค์ของตู้ MDB รวมถึงอุปกรณ์หลัก ที่ใช้เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์เหล่านั้น

4 วัตถุประสงค์ของตู้ MDB

1. แจกจ่ายกำลังไฟฟ้า หน้าที่แรกของตู้ MDB คือ การรับไฟจากการไฟฟ้าเข้ามาในอาคารโดยผ่านสวิทช์ขนาดใหญ่หรือบางครั้งจะอีกชื่อหนึ่งว่า สวิตซ์เกียร์ ซึ่งปกติแล้วจะเป็นไฟฟ้าแรงดันต่ำที่มีขนาดแรงดันไฟฟ้า 400-416VAC, 50Hz 3 เฟส 4 สาย และเป็นความแตกต่างหลักอย่างหนึ่งระหว่างอาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรมที่จะใช้ไฟฟ้า 3 เฟสแทนการใช้ไฟฟ้า 1 เฟส แรงไฟฟ้า 230/240VAC 50Hz ทั้งนี้เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือสวิทช์แยกวงจร เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการตัด-ต่อไฟฟ้าที่เข้ามาในอาคาร

2. ป้องกันระบบไฟฟ้า หากในกรณีที่ระบบการแจกจ่ายกำลังไฟฟ้ามีปัญหา ไม่มีระบบการป้องกันอาจจะทำให้อุปกรณ์เสียหายได้และถ้ามันรุ่นแรงมากพออาจทำให้อุปกรณ์ระเบิด ทั้งนี้ยังก่อให้เกิดอันตรายกับช่างที่อยู่ในบริเวณนั้นอีกด้วย ซึ่งความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่อาจจะเกิดขึ้นมีดังนี้ ไฟฟ้าลัดวงจร โหลดเกินหรือกระแสไฟฟ้าเกิน แรงดันไฟฟ้าเกิน แรงดันไฟฟ้าตก แรงดันไฟฟ้าหายบางเฟส แรงดันไฟฟ้าสลับเฟส ป้องกันเมื่อมีกระแสรั่วลงดิน ป้องกันฟ้าผ่า

3. แสดงสถานะการทำงาน เพาว์เวอร์ มิเตอร์ ที่ใช้ในการแสดงค่าพารามิเตอร์และปริมาณพลังงานไฟฟ้า เช่น แรงดัน, กระแส, ความถี่, กำลังงานไฟฟ้าจริง, กำลังงานไฟฟ้ารีแอคทีฟ และ Harmonic เป็นต้น เพื่อใช้ในการวัดคุณภาพของการใช้พลังงานเช่นเดียวกับการวัดการบันทึกปริมาณพลังงานที่ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้เพาว์เวอร์มิเตอร์สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก้ Analog Power Meter และ Digital Power Meter

4. ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบไฟฟ้าสำรองนั้นมีหลายรูปแบบและหลายระดับการใช้งาน ตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และการเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟไปเป็น Uninterrupted Power Supply หรือ UPS แบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับหรือซัพพอร์ตวงจรที่จำเป็น ในขณะเดียวกันตู้คอนโทรลเลอร์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator Controller) สั่งสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เมื่อกำลังไฟฟ้าพร้อมที่จะจ่ายหรือพร้อมที่จะทำงาน ก็จะสั่งงาน ATS (Automatic Transfer Switch) ในการทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อมาใช้กับไฟฟ้าสำรองจาก generator แทนการใช้งาน USP ทั้งนี้จะกลับไปใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าหลักเมื่อแหล่งจ่ายไฟหลักกลับสู่สภาพปกติแล้ว

ทำไมการ “หางาน” แบบหว่านใบสมัครถึงเป็นผลเสีย

ทุกคนรู้จักกับว่า “หางาน” มาแล้วใช่ไหมครับ ? กว่าจะได้งานมาแต่ละงานเราต้องการการหามากี่ครั้ง สัมภาษณ์กี่หน แต่ว่าเมื่อก่อนเราอาจจะเป็นก็ได้นะครับกับการ หางาน ด้วยการ หว่านใบสมัคร แน่นอนว่าเด็กที่พึ่งจบใหม่เองก็กำลังทำวิธีนี้อยู่ แต่ดูเหมือนนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องนะครับ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าทำไม การหว่านใบสมัครถึงไม่ถูกต้อง

การหว่านใบสมัครคืออะไร

            คือการที่ไม่ว่าจะมีตำแหน่งอะไร ตำแหน่งไหนว่างอยู่ คุณสมบติเป็นไง พอจะเข้ากับตัวเราหรือไม่ ? ถ้าทุกอย่างไปได้ก็กดส่งใบสมัครเลย โดยไม่ดูรายละเอียดงานมากมาย ขอแค่ได้งานไว้ก่อนก็พอ ซึ่งวิธีนี้ไม่ค่อยจะดีกับตัวเองสักเท่าไหร่นะครับ และยังเป็นวิธีที่ไม่ควรทำอีกด้วย

ทำไมถึงไม่ควรหว่านใบสมัคร

            แน่นอนว่าการหว่ายใบสมัครนั้นอาจจะเพิ่มโอกาสในการได้งานก็ได้ แต่ทุก ๆ อย่างย่อมมีสองด้านเสมอครับ เพราะถึงแม้โอกาสจะได้งานนั้นมี แต่โอกาสที่จะไม่มีงานเลยก็มีด้วยเช่นกันดังนั้นนี้คือข้อเสียของการหว่านใบสมัคร

                                ไม่ค่อยอ่านรายละเอียด : เนื่องจากคนที่ประเภทหว่านใบสมัครนั้นจะไม่เน้นไปที่รายละเอียดแต่เน้นไปที่จำนวนมากกว่าดังนั้นในส่วนของรายละเอียดจึงไม่ค่อยอ่านกันสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะกดส่งกันอย่างเดียวได้ไม่ได้ค่อยลุ้นทีหลัง

                                จำรายละเอียดไม่ได้ : เคยเจอไหมครับ ? กับการมีโทรนัดสัมภาษณ์แล้ว ไม่รู้ว่ามาจากบริษัทไหน ซึ่งฟังดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนะครับ แต่บางทีสำหรับ HR นั้นอาจจะรู้สึกไม่ดีกับการที่เราถามว่า “จากบริษัทไหน” ก็ได้นะครับ นั้นเพราะว่าเราหว่านใบสมัครเยอะเกินไปจนจำไม่ได้ว่าบริษัทไหนที่โทรมานั้นเอง

                                ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำงานอะไร : เราเล่นหว่านใบสมัครไปหมด ทั้ง Sale PR HR ฝ่ายบุคล ฝ่ายบัญชี ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเราอยากจะทำงานตำแหน่งอะไร และเราก็ไม่รู้อีกด้วยว่าตำแหน่งที่เราจะได้ใช่ความชอบจริง ๆ ของเราหรือบางทีพอทำไปสักพักอาจะจอยากเลิกก็ได้นะครับ

                                ดูเป็นคนไม่มีความมั่นใจ : ในมุมมองของผู้ประกอบการนั้นหากเลือกสมัครงานหลาย ๆ ที่ นั้นอาจจะโดนมองว่าเราไม่มีความมั่นใจในการทำงานเลยเพราะลังเลไม่รู้จะสมัครตำแหน่งอะไรก็เลือกมันซะทุกตำแหน่งเลย

                ดังนั้นหากเรา จะมอง “หางาน” เลือกงานที่เหมาะกับตัวเราและงานที่เราอยาทำดีกว่านะครับจะได้ไม่ต้องเจอกับปัญหาการหว่านใบสมัคร เผลอ ๆ ถ้าได้ตำแหน่งที่ไม่ชอบ และเรา ไม่อยากทำจะพาบริษัทเสียผลประโยชน์อีกนะครับ